นิทานเรื่องพระอภัยมณี

เรื่องย่อ…มีอยู่ว่า
พระอภัยมณีและศรีสุวรรณเป็นโอรสของท้าวสุทัศน์และนางปทุมเกสร  กษัตริย์ผู้ครองเมืองรัตนา  เจ้าชายทั้งสองได้ออกเดินทางจากบ้านเมืองเพื่อเรียนไสยศาสตร์ และ เสาะหาของวิเศษจากทิศาปาโมกข์ตามคำสั่งของบิดา  แต่พระอภัยมณีกลับเลือกเรียนวิชา ดนตรีคือการเป่าปี่ ได้เป็นเอก มีอานุภาพโน้มน้าวจิตในคนหรือประหารผู้ฟังได้ตามใจปรารถนา  ส่วนศรีสุวรรณเรียนวิชากระบี่กระบองจนเป็นเลิศ  เมื่อกลับมาถึงบ้านเมือง ท้าวสุทัศน์โกรธมากที่โอรสไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง และ โดยที่ไม่ได้พิจารณาคุณค่าของสิ่งที่โอรสเรียนมา  พระองค์ได้ตรัสในทำนองว่าน่าจะไล่ออกจากเมือง  พระอภัยมณีและศรีสุวรรณน้อยใจจึงชวนกันออกจากเมืองไป ทั้งสองพระองค์เดินทางด้นดั้นมาจนถึงริมฝั่งทะเล ได้พบพราหมณ์หนุ่มน้อยสามคน มีโมรา ผู้ชำนาญในการผูกหญ้าเป็นสำเภายนต์ท่องทะเล วิเชียร ผู้สามารถยิงธนูได้คราวละ 7 ลูก และผู้สามารถเรียกลมฝนได้ตามใจปรารถนา เมื่อพราหมณ์ทราบปัญหาของกษัตริย์ทั้งสองแล้ว เกิดสงสัยในวิชาเป่าปี่ของของพระอภัยมณีว่ามีคุณค่าอย่างไร พระอภัยมณีเป่าปี่ให้ฟัง พราหมณ์ทั้งสามรวมทั้งศรีสุวรรณได้ฟังก็เคลิ้มหลับใหลไป ระหว่างนั้น นางผีเสื้อสมุทร ซึ่งอาศัยอยู่ในถ้ำใต้ทะเลได้ผ่านมาเห็น พระอภัยมณีนั่งเป่าปี่อยู่ ก็นึกรัก จึงอุ้มพาไปไว้ในถ้ำ แปลงตนเป็นหญิงสาวคอยปรนนิบัติ พระอภัยมณีดูดวงตาก็รู้ว่ามิใช่มนุษย์ แต่ก็จำทนต้องอยู่กินกับนางผีเสื้อสมุทร จนมีลูกชื่อว่าสินสมุทร ฝ่ายศรีสุวรรณและพราหมณ์ทั้งสามคน เมื่อตื่นขึ้นมาไม่เห็นพระอภัยมณีก็ออกติดตามจนพลัดหลงไปยังเมืองรมจักร ศรีสุวรรณปลอมตัวเป็นพราหมณ์เข้าเมือง จนได้พบนางเกษราธิดาของท้าวทศวงศ์เจ้าเมือง เกิดความรักต่อกัน ขณะนั้นเมืองรมจักรกำลังประสบปัญหาคือ ท้าวอุเทนกษัตริย์เมืองชวามาสู่ขอนางเกษรา ท้าวทศวงศ์ไม่ยอมยกให้ เพราะเห็นว่าเป็นกษัตริย์ต่างชาติ ต่างศาสนา ท้าวอุเทนยกกองทัพมาตีเมืองรมจักร ศรีสุวรรณและพราหมณ์ทั้งสาม อาสาสู้ศึกจนได้ชัยชนะ ศรีสุวรรณได้อภิเษกกับนาง เกษรา ได้ครองเมืองรมจักรและต่อมามีธิดานามว่า อรุณรัศมี ด้านพระอภัยมณี ได้โอกาสหนีนางผีเสื้อสมุทร โดยอาศัยลูกคือสินสมุทร ทั้งนี้เพราะสินสมุทรเมื่ออายุได้ 8 ปี เป็นคนมีพละกำลัง มีอำนาจ มีความสามารถเหมือนแม่ ได้เปิดหินปากถ้ำออกไปเที่ยวเล่น พบเงือกก็จับมาให้พระอภัยมณีดู พระอภัยมณีจึงวางแผนหนีร่วมกับนางเงือกซึ่งอาสาจะช่วยเหลือ หลังจากออกอุบายให้นางผีเสื้อสมุทรไปจำศีลสะเดาะเคราะห์แล้ว พระอภัยมณีและสินสมุทรก็หนีนางผีเสื้อสมุทรมุ่งตรงไปยังเกาะแก้วพิสดารซึ่งมีพระโยคีผู้วิเศษพำนักอยู่ โดยพระอภัยมณีอาศัยผลัดขี่หลังเงือกพ่อ แม่ และลูกสาว ว่ายน้ำได้กันได้ห้าคืน นางผีเสื้อสมุทรกับมาถึงถ้ำรู้เรื่องก็ตามมาทัน จับเงือกพ่อ เงือกแม่กินเสีย พระอภัยมณีขี่หลังเงือกลูกสาวต่อไป โดยมีสินสมุทรต่อสู้กับผีเสื้อสมุทรถ่วงเวลาไว้ ในที่สุดพระอภัยมณี นางเงือก และสินสมุทรสามารถขึ้น เกาะแก้วพิสดารได้ นางผีเสื้อสมุทรไม่สามารถติดตามต่อไปได้ เพราะอำนาจมนต์ของพระโยคีแห่งเกาะแก้วพิสดาร และขณะที่พักอาศัยอยู่กับพระโยคี พระอภัยมณีก็ได้นางเงือกเป็นเมีย ต่อมาพระอภัยมณีและสินสมุนทรได้บวชเป็นฤาษี ได้สนิทสนมกับคนเรือแตกหลายชาติหลายภาษาซึ่งอาศัยใบบุญของพระโยคีด้วยกันกล่าวถึงเมืองผลึก มีท้าวสิลราชเป็นกษัตริย์ปกครอง มีธิดาชื่อว่านางสุวรรณมาลี ซึ่งได้หมั้นหมายไว้กับอุศเรน โอรสของกษัตริย์ฝรั่งเมืองลังกา วันหนึ่งนางสุวรรณมาลีฝันว่า ต้องระเหเร่ร่อนอยู่กลางทะเล พลัดพรากจากบ้านเมือง โหรจึงแนะนำให้สะเดาะเคราะห์โดยการออกท่องเที่ยวทะเล ระหว่างการเดินทาง เรือโดนพายุหลงทิศทาง ไปจนถึงเกาะแก้วพิสดาร ท้าวสิลราชและนางสุวรรณมาลีได้ขึ้นเฝ้าพระโยคี และได้พบกับพระอภัยมณี เมื่อซ่อมแซมเรือและได้เสบียงอาหารแล้ว ท้าวสิลราชก็พระโยคีกลับเมือง พระอภัยมณี สินสมุทร และพวกเรือแตกทั้งหลายก็อาศัยเดินทางไปด้วย ระหว่างการเดินทาง ถึงแม้จะรู้ว่านางสุวรรณมาลีมีคู่หมั้นอยู่แล้ว พระอภัยมณีก็ยังเกี้ยวนาง โดยอาศัยสินสมุทรเป็นสื่อรัก สินสมุทรกับนางสุวรรณมาลีสนิทสนมกันมาก สินสมุทรเรียกนางว่าแม่ เมื่อนางผีเสื้อสมุทรซึ่งวนเวียนคอยพระอภัยมณีอยู่ทำให้เรือแตก สินสมุทรก็อุ้มนางสุวรรณมาลีว่ายน้ำไป จนกระทั่งถึงเกาะและปลอดภัย ท้าวสิลราชสูญหายไปพร้อมไพร่พล ส่วน พระอภัยมณีกับพรรคพวกจากเกาะแก้วพิสดารว่ายน้ำไปขึ้นบนเกาะเล็ก ๆ ต่อมาใช้การเป่าปี่เป็นอาวุธฆ่านางผีเสื้อสมุทร หลังจากนั้นได้พบกับอุศเรนคู่หมั้นของนางสุวรรณมาลีที่ออกเรือเดินทางติดตามหานางมา เมื่อทราบเรื่องกัน พระอภัยมณีก็ได้อาศัยเรือของอุศเรนติดตามหาสินสมุทรและนางสุวรรณมาลีด้วยกัน สินสมุทรและนางสุวรรณมาลี ออกจากเกาะร้างโดยอาศัยเรือของโจรสุหรั่งที่แวะเกาะร้างเพื่อหาน้ำจืด
เรือของโจรสุหรั่งเป็นเรือที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร มีตึกรามบ้านช่อง สวนผลไม้ และสัตว์เลี้ยงอยู่บนเรือครบถ้วน พร้อมพรั่งด้วยเรือกำปั่นอีกห้าร้อยมีอาวุธครบ เที่ยวปล้นเรือและบ้านเมืองต่าง ๆ ต่อมาสินสมุทรฆ่าหัวหน้าโจรตาย เพราะโกรธหัวหน้าโจรที่ทำลวนลามต่อนางสุวรรณมาลี ไพร่พลของโจรสุหรั่งเกรงกลัวฤทธิ์เดชของสินสมุทร จึงยอมอยู่ใต้อำนาจ สินสมุทรคุมเรือโจรสุหรั่งจนกระทั่งถึงเมืองรมจักร เกิดรบพุ่งกับ ศรีสุวรรณ สินสมุทรจับศรีสุวรรณได้ ตอนนั้นศรีสุวรรณมองเห็นสินสมุทรสวมแหวนของพระอภัยมณี จึงได้ถามขึ้น ก็ทราบว่าเป็นอาเป็นหลานกัน ศรีสุวรรณเข้าใจว่านางสุวรรณมาลีเป็นแม่แท้ ๆ ของสินสมุทร เพราะสินสมุทรบอกเช่นนั้น นางสุวรรณมาลีก็ไม่ปฏิเสธ ต่อมาศรีสุวรรณ สินสมุทร นางสุวรรณมาลี และ อรุณรัศมี ได้พากันออกติดตามหาพระอภัยมณี เมื่อฝ่ายที่ตามหากันได้พบกัน ความยุ่งยากก็เกิดขึ้น เพราะสินสมุทรไม่ยอมคืนนางสุวรรณมาลี และนางสุวรรณมาลีก็เลือกที่จะอยู่กับสินสมุทร ซึ่งหมายความว่านางเลือกอยู่กับพระอภัยมณีแทนที่จะเลือกอุศเรน ทั้งสองฝ่ายจึงทำสงครามกัน อุศเรนถูกสินสมุทรจับได้ แต่พระอภัยมณีขอชีวิตไว้เพื่อตอบแทน บุญคุณ อุศเรนกลับเมืองลังกาด้วยความโกรธแค้นอาฆาตพยาบาท ส่วนฝ่ายพระอภัยมณีเดินทางสู่เมืองผลึก มเหสีท้าวสิลราชเห็นนางสุวรรณมาลีกลับมาก็ดีใจมาก เมื่อนางทราบว่าพระอภัยมณีเป็นโอรสกษัตริย์และมีรูปงาม นางจึงยกเมืองผลึกให้พระอภัยมณีครอบครองหวังจะได้อภัยมณีเป็นเขย แต่นางสุวรรณมาลีไม่ยอมอภิเษกกับพระอภัยมณีเพราะนางเห็นว่า พระอภัยมณีใจโลเล ขี้ขลาด ไม่กล้าตัดสินใจเมื่อเกิดปัญหากับอุศเรน ทำให้นางต้องอับอายขายหน้า นางจึงออกบวชเป็นชี พระอภัยมณีพยายามอย่างไรก็ไม่ประสบผลจนกระทั่งได้นางวาลี หญิงเจ้าปัญญาแต่รูปชั่วมาช่วยวางแผน จึงได้อภิเษกกับนาง เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พระอภัยมณีจึงได้ศรีสุวรรณและสินสมุทเดินทางกลับไปเยี่ยมท้าวสุทัศน์ที่เมืองรัตนา นางเงือก ซึ่งอาศัยอยู่ที่อ่าวหน้าเกาะแก้วพิสดารได้คลอดลูกชาย พระโยคีนำไปเลี้ยงไว้ให้ชื่อว่า สุดสาคร สุดสาครเป็นเด็กที่มีความสามารถโดยกำเนิดอยู่แล้ว เมื่อได้เรียนวิชาอาคมจากพระโยคีก็ยิ่งเก่งกล้ามากขึ้น เมื่ออายุได้สามขวบก็ลาพระโยคีและแม่ ออกตามมหาบิดา โดยมีม้านิลมังกร ม้าวิเศษลูกผสมระหว่างม้ากับมังกร ซึ่งจับได้กลางทะเลเป็นพาหนะคู่ใจ และมีไม้เท้าของพระโยคีเป็นอาวุธคู่มือ ระหว่างการเดินทางได้ผจญภัยต่าง ๆ กันเช่น รบกันพวกผีดิบ ถูกชีเปลือยเฒ่าเจ้าเล่ห์ผลักตกเหว แต่ทุกครั้งพระโยคีก็มาช่วย และสอนให้รู้ถึงการดำรงชีวิตในโลกด้วย ต่อมาสุดสาครได้เข้าไปถึงเมืองการะเวก กษัตริย์เมือง การะเวกเห็นเข้าก็นึกรัก จึงเลี้ยงไว้เป็นโอรสบุญธรรมคู่กับธิดาของพระองค์ชื่อเสาวคนธ์ ต่อมาพระองค์มีโอรสอีกองค์หนึ่งคือหัสไชย สุดสาครอยู่ในเมืองการะเวกถึง 10 ปี ก็ทูลลาเจ้าเมืองการะเวกติดตามพระบิดานางเสาวคนธ์และหัสไชยได้ขอติดตามไปด้วยสงครามระหว่างเมืองผลึกกับเมืองลังกาเกิดขึ้นจากความโกรธของอุศเรน ผลการรบปรากฏว่าเมืองผลึกชนะด้วยอุบายอันชาญฉลาดของนางวาลี อุศเรนถูกจับได้ พระอภัยมณีกำลังจะปล่อยกลับเมือง แต่นางวาลีใช้อุบายยั่วจนอุศเรนอกแตกตาย ปีศาจอุศเรนกลับมาฆ่านางวาลีในภายหลังด้วย เจ้าลังกาเศร้าโศกถึงอุศเรนจนตรอมใจตาย นางละเวงวัลลาธิดาได้ครองเมืองต่อมาแล้วทำสงครามแก้แค้นพระอภัยมณีต่อไป กลายเป็นศึกยืดเยื้อ มีการใช้อุบายให้กษัตริย์เมืองต่าง ๆ มาช่วยนางรบ ใครชนะจะได้นางและครองเมืองลังกา เสร็จศึกลังกาแล้ว พระอภัยมณีได้จัดการอภิเษกสินสมุทรกับนางอรุณรัศมี และสู่ขอนางเสาวคนธ์ให้กับสุสาคร แต่นางเสาวคนธ์ไม่ยอมอภิเษกด้วย เพราะนางโกรธที่สุดสาครมีเมียฝรั่ง คือนางสุลาลีวัน นางจึงปลอมตัวเป็นฤาษีชื่อพระอัคนีแล่นเรือไปยังเมืองวาหุโลม ทำสงครามชนะเจ้าวาหุโลมและได้ครองเมือง ฝ่ายสุดสาครติดตามมาจนถึงเกาะค้างคาว ได้เรียอุปเท่ห์สตรีจากเฒ่าที่เกาะ พอเข้าเมืองวาหุโลมก็ได้นางเสาวคนธ์ตามที่ปรารถนาการศึกครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างพ่อแม่กับลูก ฝ่ายเมืองลังกามีผู้นำคือ มังคลา ซึ่งเป็นโอรส พระอภัยมณีกับนางละเวง วลายุดา วายุพัฒ หัสกัน โอรสของศรีสุวรรณ สินสมุทร สุดสาคร ตามลำดับ ฝ่ายเมืองผลึกประกอบด้วยเมืองผลึก เมืองรมจักร เมืองการะเวก รวมทั้งนางละเวง นางรำภาสะหรี นางยุพาผกาและนางสุลาลีวันก็เข้าร่วมกับฝ่ายเมืองผลึกด้วย เพราะโกรธแค้นโอรสของตัวเองที่รบกับบิดาและวงศาคณาญาติ ต้นเหตุของสงครามก็คือ เมื่อมังคลาขึ้นครองเมืองแทนนางละเวง พระสังฆราชยุให้มังคลาไปแย่งโคตรเพชรของเมืองลังกา ซึ่งนางเสาวคนธ์ขอนางการะเวกไปกลับคืนมา แต่นี่เป็นเพียงแต่ข้ออ้างเท่านั้น เพราะมังคลาส่งกองทัพไปโจมตีทั้งเมืองการะเวก เมืองผลึกและเมืองรมจักรในเวลาเดียวกัน พอดีช่วงเวลานั้น พระอภัยมณี ศรีสุวรรณ สินสมุทร ไปทำศพท้าวสุทัศน์ที่เมืองรัตนา ส่วนสุดสาครและนางเสาวคนธ์ยังไม่ได้กลับเข้าเมืองการะเวก ฝ่ายมังคลาจึงจับนางสุวรรณมาลีและธิดาคือสร้อยสุวรรณ จันทร์สุดา รวมทั้งท้าวทศวงศ์และนางเกษราไปขังไว้ที่เมืองลังกา เมื่อทราบข่าวร้ายพระอภัยมณี ศรีสุวรรณ สินสมุทรก็รีบยกทัพไปเมืองลังกาสมทบกับสุดสาคร และนางเสาวคนธ์ ฝ่ายนางละเวงเข้าร่วมกับฝ่าย พระอภัยมณีทำสงครามกับโอรสของตน สุดท้ายฝ่ายลูกก็สู้พ่อแม่ไม่ได้ เลยหลบหนีไปเมื่อเหตุการณ์สงบเรียบร้อยแล้ว ศรีสุวรรณก็กลับไปครองรมจักร หัสไชยได้อภิเษกกับสร้อยสุวรรณจันทร์สุดาและกลับไปครองเมืองการะเวก สินสมุทรครองเมืองผลึก สุดสาครครองเมืองลังกา ส่วนพระอภัยมณีโกรธนางสุวรรณมาและนางละเวงในการที่ไม่ปรองดองกัน จึงออกบวชเป็นฤาษี นางสุวรรณมาลีและนางละเวงจึงออกบวชเป็นชี มาคอยรับใช้พระอภัยมณีที่เขาสิงคุตร์

สุนทรภู่กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 ที่บ้านใกล้กำแพงวังหลัง คลองบางกอกน้อย ในสมัยรัชกาลที่ 1 มีพ่อเป็นชาวเมืองแกลง แม่เป็นชาวเมืองใดไม่ปรากฏ และได้มาอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อสุนทรภู่อายุได้ 2 ขวบ พ่อแม่จึงแยกทางกัน พ่อกลับไปบวชที่เมืองแกลงส่วนแม่เข้าไปเป็นพระนมในวังหลัง สุนทรภู่ติดตามแม่เข้าไปในวังหลังด้วย ในวัยเด็กได้เรียนหนังสือที่วัดชีปะขาว หรือเรียกอีกอย่างว่าวัดศรีสุดารามในปัจจุบัน เมื่อเติบใหญ่ได้เป็นมหาดเล็ก มีชื่อเสียงด้านการแต่งกลอน แต่ต้องถูกทัณฑ์เนื่องจากลอบรักกับหญิงสาวชาววังชื่อจัน เมื่อพ้นโทษจึงเดินทางไปเยี่ยมพ่อที่เมืองแกลง ระหว่างทางที่เดินทางนั้นได้แต่งนิราศเรื่องแรกขึ้น คือ นิราศเมืองแกลง เมื่อ พ.ศ. 2350 ต่อมาได้แยกทางกับนางจัน เพราะสุนทรภู่ติดเหล้า อีกทั้งยังมีเมียหลายคน สุนทรภู่ได้แต่งนิราศพระบาทขึ้นเป็นเรื่องที่สองในสมัยรัชกาลที่ 1 สุนทรภู่ตกระกำลำบากเพราะติดเหล้า แต่ด้วยความที่เป็นผู้ที่มีความสามารถในเรื่องการแต่งกลอนเป็นที่สุด ทำให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 เรียกกลับมารับราชการอีกครั้ง และได้รับแต่งตั้งเป็น ( ขุนสุนทรโวหาร ) อยู่ในกรมพระอาลักษณ์ จวบจนกระทั้งสิ้นรัชกาล นับว่าชีวิตของสุนทรภู่ในสมัยรัชกาลที่ 2 รุ่งโรจน์มาก ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 3 สุนทรภู่ทำผิดร้ายแรง เพราะได้แก้บทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 3 ต่อหน้าพระที่นั่ง จึงถูกถอดถอนออกจากบรรดาศักดิ์ ต้องออกบวชและต้องย้ายไปหลายวัดด้วยกัน และในที่สุดก็สึกออกมาพายเรือขายของ และแต่งกลอนขาย โดยได้แต่งนิราศไว้ 3-4 เรื่อง ได้แก่ นิราศภูเขาทอง โครงนิราศสุพรรณบุรี นาศวัดเจ้าฟ้า ต่อมาได้รับการเกื้อหนุนจาก กรมหมื่นอิปสรสุดาเทพ พระราชธิดาในรัชกาลที่ 3 ที่ได้ทรงอ่านหนังสือเรื่องพระอภัยมณีที่สุนทรภู่ได้แต่งไว้ ได้โปรดให้แต่งต่อจนจบ ในสมัยสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเกื้อหนุนสุนทรภู่ให้ตามเสด็จไปในหลายท้องที่ ทำให้สุนทรภู่ได้แต่งนิราศพระปฐมขึ้น และได้รับสั่งให้ไปเมืองเพชรบุรี สุนทรภู่จึงได้แต่งนิราศเมืองเพชรขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องสุดท้ายของสุนทรภู่ สุนทรภู่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ( พระสุนทรโวหาร ) ตำแหน่งเจ้ากรมอาลักษณ์ฝ่ายพระราชวัง มีความเป็นอยู่สะดวกสบาย และสุนทรภู่ได้เสียชีวิตเมื่ออายุ 70 ปี ในปีเถาะ พ.ศ. 2398 จึงถือได้ว่าสุนทรภู่เป็นกวีซึ่งใช้ชีวิตอยู่ถึง 4 รัชกาล และปัจจุบันองค์การยูเนสโกได้ยกย่องให้สุนทรภู่เป็นกวีเอกของโลก

ผลงานทั้งหมดของสุนทรภู่
นิราศ ได้แก่ นิราศเมืองแกลง นิราศพระบาท นิราศภูเขาทอง นิราศวัดเจ้าฟ้า นิราศอิเหนา นิราศสุพรรณ นิราศพระปฐม และ นิราศเมืองเพชร
นิทาน ได้แก่ โคบุตร พระอภัยมณี พระไชยสุริยา ลักษณวงค์ สิงหไตรภพ
สุภาษิต ได้แก่ สวัสดิรักษา เพลงยาวถวายโอวาท สุภาษิตสอนหญิง
บทละคร ได้แก่ อภัยนุราช
บทเสภา ได้แก่ ขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดพลายงาม พระราชพงศาวดาร
บทเห่กล่อม ได้แก่ เห่เรื่องจับระบำ เห่เรื่องพระอภัยมณี เห่เรื่องกากี เห่เรื่องโคบุตร
ทรภู่กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 ที่บ้านใกล้กำแพงวังหลัง คลองบางกอกน้อย ในสมัยรัชกาลที่ 1 มีพ่อเป็นชาวเมืองแกลง แม่เป็นชาวเมืองใดไม่ปรากฏ และได้มาอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อสุนทรภู่อายุได้ 2 ขวบ พ่อแม่จึงแยกทางกัน พ่อกลับไปบวชที่เมืองแกลงส่วนแม่เข้าไปเป็นพระนมในวังหลัง สุนทรภู่ติดตามแม่เข้าไปในวังหลังด้วย ในวัยเด็กได้เรียนหนังสือที่วัดชีปะขาว หรือเรียกอีกอย่างว่าวัดศรีสุดารามในปัจจุบัน เมื่อเติบใหญ่ได้เป็นมหาดเล็ก มีชื่อเสียงด้านการแต่งกลอน แต่ต้องถูกทัณฑ์เนื่องจากลอบรักกับหญิงสาวชาววังชื่อจัน เมื่อพ้นโทษจึงเดินทางไปเยี่ยมพ่อที่เมืองแกลง ระหว่างทางที่เดินทางนั้นได้แต่งนิราศเรื่องแรกขึ้น คือ นิราศเมืองแกลง เมื่อ พ.ศ. 2350 ต่อมาได้แยกทางกับนางจัน เพราะสุนทรภู่ติดเหล้า อีกทั้งยังมีเมียหลานทรภู่ได้แต่งนิราศพระบาทขึ้นเป็นเรื่องที่สองในสมัยรัชกาลที่ 1 สุนทรภู่ตกระกำลำบากเพราะติดเหล้า แต่ด้วยความที่เป็นผู้ที่มีความสามารถในเรื่องการแต่งกลอนเป็นที่สุด ทำให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 เรียกกลับมารับราชการอีกครั้ง และได้รับแต่งตั้งเป็น ( ขุนสุนทรโวหาร ) อยู่ในกรมพระอาลักษณ์ จวบจนกระทั้งสิ้นรัชกาล นับว่าชีวิตของสุนทรภู่ในสมัยรัชกาลที่ 2 รุ่งโรจน์มาก ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 3 สุนทรภู่ทำผิดร้ายแรง เพราะได้แก้บทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 3 ต่อหน้าพระที่นั่ง จึงถูกถอดถอนออกจากบรรดาศักดิ์ ต้องออกบวชและต้องย้ายไปหลายวัดด้วยกัน และในที่สุดก็สึกออกมาพายเรือขายของ และแต่งกลอนขาย โดยได้แต่งนิราศไว้ 3-4 เรื่อง ได้แก่ นิราศภูเขาทอง โครงนิราศสุพรรณบุรี นาศวัดเจ้าฟ้า ต่อมาได้รับการเกื้อหนุนจาก กรมหมื่นอิปสรสุดาเทพ พระราชธิดาในรัชกาลที่ 3 ที่ได้ทรงอ่านหนังสือเรื่องพระอภัยมณีที่สุนทรภู่ได้แต่งไว้ ได้โปรดให้แต่งต่อจนจบ ในสมัยสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเกื้อหนุนสุนทรภู่ให้ตามเสด็จไปในหลายท้องที่ ทำให้สุนทรภู่ได้แต่งนิราศพระปฐมขึ้น และได้รับสั่งให้ไปเมืองเพชรบุรี สุนทรภู่จึงได้แต่งนิราศเมืองเพชรขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องสุดท้ายของสุนทรภู่ สุนทรภู่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ( พระสุนทรโวหาร ) ตำแหน่งเจ้ากรมอาลักษณ์ฝ่ายพระราชวัง มีความเป็นอยู่สะดวกสบาย และสุนทรภู่ได้เสียชีวิตเมื่ออายุ 70 ปี ในปีเถาะ พ.ศ. 2398 จึงถือได้ว่าสุนทรภู่เป็นกวีซึ่งใช้ชีวิตอยู่ถึง 4 รัชกาล และปัจจุบันองค์การยูเนสโกได้ยกย่องให้สุนทรภู่เป็นกวีเอกของโลก

ผลงานทั้งหมดของสุนทรภู่
นิราศ ได้แก่ นิราศเมืองแกลง นิราศพระบาท นิราศภูเขาทอง นิราศวัดเจ้าฟ้า นิราศอิเหนา นิราศสุพรรณ นิราศพระปฐม และ นิราศเมืองเพชร
นิทาน ได้แก่ โคบุตร พระอภัยมณี พระไชยสุริยา ลักษณวงค์ สิงหไตรภพ
สุภาษิต ได้แก่ สวัสดิรักษา เพลงยาวถวายโอวาท สุภาษิตสอนหญิง
บทละคร ได้แก่ อภัยนุราช
บทเสภา ได้แก่ ขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดพลายงาม พระราชพงศาวดาร
บทเห่กล่อม ได้แก่ เห่เรื่องจับระบำ เห่เรื่องพระอภัยมณี เห่เรื่องกากี เห่เรื่องโคบุตร

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.